ครูระพี สาคริก

               หวนกลับไปนึกถึงช่วงวันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2520 ขณะนั้นฉันดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ตำแหน่งนี้ไม่ว่ามันจะสูงแค่ไหนก็ยังไม่สูงเท่ากับวิญญาณความเป็นครูของฉัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นพ่อของลูกๆ ทุกคน แม้จะมีจำนวนร่วมหมื่นกว่าคนแล้ว อีกทั้งรวมถึงคนงานภารโรงที่ดายหญ้าอยู่ข้างถนนบนเส้นทางสายเกษตร

               ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างที่ฉันขึ้นไปอยู่บนหอคอยงาช้าง แต่ดวงวิญญาณของฉันมันก็อยู่ต่ำยิ่งกว่าระดับพื้นดินเสียอีก เพราะฉันอยู่ตรงนี้แล้วมีความสุขจึงตั้งสัจปฏิญาณไว้ว่า จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเป็นอันขาด

               ช่วงนั้นเมืองไทยกำลังเต็มไปด้วยภัยสงครามจากกองทัพคอมมิวนิสต์ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า พอดีกันกับเป็นช่วงที่บรรดาศิษย์ไปออกค่ายอาสาเพื่อทำงานให้แก่เพื่อนมนุษย์ ยิ่งที่ไหนมีภัยอันตรายมากเท่าไหร่ก็จะไปเลือกทำงานอยู่ที่นั่น แม้กระทั่งต้องอาบน้ำในปลักควายซึ่งเต็มไปด้วยปลิงตัวใหญ่ๆ ที่พร้อมจะดูดเลือดเรากินเป็นอาหาร

               ช่วงนั้นที่กิ่งอำเภอน้ำยืนซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง และติดกับชายแดนไทย-เขมรของจังหวัดอุบลราชธานี และมีระยะทางห่างจากตัวเมืองเกือบ 60 กิโลเมตร แม้ฉันจะกำลังป่วยเป็นไข้หวัด แต่เพราะด้วยความห่วงใยลูกๆ จำนวนร่วม 50 คน ฉันจึงต้องเดินทางไปอยู่ที่นั่นและร่วมทำงานตั้งแต่เช้ามืดจนถึงค่ำ

               ที่บ้านนายอำเภอรวมทั้งสำนักงานยังต้องล้อมไว้ด้วยกระสอบทรายหลายชั้น เพื่อป้องกันการยิงมาจากภายนอก ลูกๆ ของฉันทุกคนซึ่งบัดนี้โตยิ่งกว่าเป็นหนุ่มเพราะหลายคนกำลังจะเกษียณอายุอยู่แล้ว

               เวลากลางคืนเราก็มีผ้าใบผืนเดียวปูอยู่บนพื้นดินแล้วนอนคุยกันอย่างมีความสุข เธอที่รักของฉัน ยังจำบรรยากาศเหล่านี้ได้หรือเปล่า ฉันมีอาจารย์คนหนึ่งที่ชื่อ สุวิทย์  ชินะโชติ ซึ่งปัจจุบันได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว เธอติดตามไปด้วยในขณะนั้น

               วันนั้นเป็นวันที่ 13 เมษายน เราทำงานตามโครงการเสร็จพอดี ทุกคนต่างก็ขนข้าวของเครื่องใช้ภาคสนาม ดังเช่นเต้นผ้าใบ รวมทั้งถ้วยชามรามไหขึ้นรถบรรทุกที่ไม่มีประทุนคลุมหัว แล้วเดินทางกลับเข้ามายังในเมือง

               เธอจำได้หรือเปล่าว่า มีเจ้าหน้าที่ รพช. คนหนุ่มอยู่คนหนึ่งที่ชื่อ คุณวิชัย  วิบูลย์กิจธนากร เธอเห็นทุกคนเหน็ดเหนื่อยกันมามากจึงพาลงไปอาบน้ำอยู่ในแม่น้ำมูลที่หน้าเกาะลอย แต่หารู้ไม่ว่าภายใต้ผิวน้ำนั้นมันคือมัจจุราชตัวใหญ่ สิ่งนั้นก็คือหลุมทรายที่เกิดจากเรือดูดทรายทำทิ้งเอาไว้

               ทุกคนลงไปอาบน้ำเพื่อผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อย คงมีแต่ฉันกับอาจารย์สุวิทย์ ที่นั่งดูอยู่บนฝั่ง ค่ำวันนั้นมีการเตรียมงานเลี้ยงส่งอยู่ที่หน้าศาลากลางจังหวัด ครั้นถึงเวลา 4 โมงเย็นคณะเราก็ขึ้นมาเตรียมตัวอาบน้ำชำระร่างกาย

               ปรากฏว่า สมาชิกของเราได้หายไปหนึ่งคน เขามีชื่อว่า ธรรมศักดิ์  อัศวเพียรชอบ (ชื่อเล่นว่า ตี๋) บ้านเขาอยู่ตรงปากซอยทางเข้าอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี พ่อแม่เขาเป็นคนจีนที่มีอาชีพขายของชำอยู่ที่นั่น

               หลังจากพบว่า มีสมาชิกหายไปหนึ่งคน ต่างก็หากันอุตลุดว่า “ตี๋หายไปไหน”วันนั้นเป็นวันสงกรานต์พอดี จึงมีการนำเอาม้านั่งมาตั้งที่หาดทรายเพื่อให้ฉันนั่งและทุกคนเรียงหน้ากันเข้ามารดน้ำที่มือฉัน เกิดมีคนๆ หนึ่ง แลเห็นตี๋แต่งชุดดำเข้ามารดน้ำฉันที่ตัก ทำเอาสมาชิกทั้งหมดเกิดสังหรณ์ใจ ในที่สุดจึงลงไปงมในหลุมดูดทรายจนกระทั่งได้ศพขึ้นมาไว้บนบก แล้วรีบนำใส่รถส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัดโดยเร็วที่สุด

               คืนวันนั้นมีสมาชิกคนหนึ่งที่ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงลา บุคคลผู้นั้นก็คือตัวฉันเอง มีคนค้นหากันอย่างวุ่นวาย ในที่สุดก็เห็นฉันเข้าไปนอนร่วมอยู่กับศพลูกตี๋และนอนอยู่ที่นั่นตลอดทั้งคืน นี่แหละคือครูผู้ให้ชีวิตแก่ศิษย์ทุกคน ฉันเขียนบทความเรื่องนี้ด้วยน้ำตาที่ไม่มีวันจะเหือดแห้งหายไปไหน

               แม้เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ผ่านพ้นมาแล้วกว่า 30 ปี แต่หยาดน้ำตาจากดวงวิญญาณความรักศิษย์ของครูผู้นี้ มันก็ไม่ได้เหือดแห้งหายไปไหน หากยังคงอยู่ไปชั่วชีวิตนิรันดร เพราะชีวิตนี้เกิดมาเพื่อเป็นครูของทุกคน

               วิญญาณครูคือสิ่งที่ธรรมชาติได้มอบมาให้กับชีวิตทุกคน ฉันขอให้คนที่มาเป็นครูสอนให้คนเป็นครูนั้น จงหวนกลับไปสอนตัวเองน่าจะดีกว่า

               การสอนที่ดีที่สุดคือ การทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ซื่อสัตย์สุจริตแก่สิ่งที่มันอยู่ในใจตัวเองให้เข้มแข็งอยู่ได้ การดำเนินชีวิตของทุกคนนั้นขอให้เอาชนะกิเลสที่มันอยู่ในใจตัวเองให้มั่นใจได้ ทั้งนี้เพื่อจะได้ยืนหยัดอยู่อย่างสมศักดิ์ศรี

               ฉันขอฝากความจริงไว้ว่า ด้านนอกจะให้มันเท่ากันนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเกิดมาก็เกิดมากันคนละกาลเวลา ยิ่งกว่านั้นบุญกรรมของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน จงอย่าให้คนอื่นเขามาหลอกเราเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแก่พวกเขาได้เลย ด้านนอกนั้นมันเป็นเพียงสิ่งสมมติจึงไม่ควรไปยึดติดอยู่กับมัน ขอให้ภายในจิตใต้สำนึกจงซื่อสัตย์สุจริตเข้าไว้เถิด

               ฉันขอให้สิ่งที่อยู่ในจิตวิญญาณดวงนี้จงสื่อไปถึงผู้ที่สร้างคุณงามความดีแก่แผ่นดินผืนนี้เข้าไว้ในอนาคต

 

28 เมษายน 2555