ประโยชน์และโทษของไข่ไก่
ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏอยู่บนโลกใบนี้มีธรรมะเป็นพื้นฐาน
“ธรรมะ”คือความจริงที่อยู่ในใจมนุษย์ และธรรมะย่อมไม่มียุคสมัย
ดังนั้น ภายในภาพรวมของมวลมนุษยชาติจึงมีความหลากหลายเป็นพื้นฐานสำคัญ นอกจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างควรมีสองด้าน
ด้านหนึ่งคือด้านนอกของจิตใจมนุษย์ ด้านนี้ควรถือว่าเป็นสิ่งสมมติอีกทั้งยังอยู่บนพื้นฐานความหลากหลาย
ส่วนด้านในคือเงื่อนไขที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของมนุษย์เอง อันควรถือว่าคือรากฐานสำคัญของชีวิต ซึ่งด้านนี้มีเพียงหนึ่งเดียว
ฉันเคยได้ยินคนเขาพูดกันว่า “การบริโภคไข่แดงนั้นมันเป็นโทษแก่สุขภาพ”เรื่องนี้มีทั้งเป็นความจริงและไม่เป็นความจริง อย่างที่โบราณเคยกล่าวไว้ว่า “รางเนื้อชอบรางยา”
ศีล 5 ไม่ได้ห้าม แต่ศีล 5 เกิดจากรากฐานจิตใจที่อิสระ ช่วยให้เกิดจิตใต้สำนึกที่แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ อันควรถือเอาการปฏิเสธจากด้านในเป็นที่ตั้ง
ดังนั้นการเรียนรู้ความสุขควรเรียนจากความทุกข์ไปก่อน
การปฏิบัติธรรมหมายถึง การปฏิบัติจากธรรมชาติที่อยู่ในใจของแต่ละคน ไม่เช่นนั้นแล้ว ความหวังที่จะให้เกิดภาวะยั่งยืนย่อมกลับหัวกลับหาง
ตัวฉันเองบริโภคไข่ไก่วันละ 2 ฟอง มาตั้งแต่อายุยังเพียง 40 ปี จนถึงบัดนี้ฉันมีอายุ 90 ปีแล้ว แต่ก็ยังบริโภคไข่ไก่วันละ 2 ฟองอย่างสม่ำเสมอตลอดมา
ฉันรู้สึกว่านี่คือการปฏิบัติธรรมลักษณะหนึ่ง ทั้งนี้เพราะตัวฉันเองใฝ่การทำงานเพื่อการเรียนรู้อย่างที่สุด ดังนั้นทุกๆ เช้า ฉันจึงยืนซดไข่ลวกวันละ 2 ฟองทุกวัน เพราะต้องการไปทำงานให้เร็วที่สุด จึงไม่ยอมนั่ง เดี๋ยวนี้ตัวฉันเองก็ยังปฏิบัติเช่นนั้น
ในอดีตมีแพทย์คนหนึ่งพูดกับฉันว่า การบริโภคไข่ไก่วันละ 2 ฟองนั้น เป็นของไม่ดี ฉันจึงย้อนถามกลับไปว่า “หมอกำลังฝ่าฝืนหลักธรรมใช่หรือเปล่า”ทั้งนี้เพราะหมอกำลังคิดว่า ทุกคนต้องเหมือนกัน เช่นนี้เป็นต้น
ความจริงแล้วการศึกษาเทคโนโลยีบนพื้นฐานวัตถุ เราจะเอามาเป็นข้อกำหนดใดๆ ย่อมไม่ได้ หากรากฐานจิตใจเราเองมีอิสระเท่านั้นนับว่าพอเพียงแล้ว
5 มกราคม 2555