มีทุกข์ก็ย่อมมีสุข

เธอเพื่อนรักของฉันทุกคน การปฏิบัติที่ผ่านมานั้นคือความจริงที่ลงรากฝังโคนอยู่ในจิตใต้สำนึกของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งที่ฉันได้รับจากการปฏิบัติเท่าที่ผ่านพ้นมาแล้วนับเป็นเวลาร่วม 90 ปี มันได้สอนให้ฉันรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ ดังนั้นวิถีการเรียนรู้ของชีวิตมนุษย์นั้น เมื่อมีทุกข์ก็ย่อมมีสุข เมื่อมีดำก็ย่อมมีขาว เมื่อมีสูงก็ย่อมมีต่ำ เมื่อมีเสียงอึกกระทึกครึกโครมก็ย่อมมีเสียงเงียบสงบ และเมื่อมีความผิดพลาดก็ย่อมมีการให้อภัย

สิ่งเหล่านี้ย่อมมีการหมุนวนเป็นวัฏจักร อันจะนำไปสู่หลักการปฏิบัติเพื่อหวังความสุขในอนาคต ดังนั้นถ้าใครนำปฏิบัติอย่างดีที่สุดโดยไม่รู้สึกท้อถอยก็จะพบอีกด้านหนึ่งได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ

แม้แต่ลูกหลานซึ่งเป็นเด็กเล็กๆ ถ้าเขามีธรรมชาติที่จะมุ่งไปสู่ด้านใดก็ตาม หากผู้ใหญ่มีความรักอยู่ในใจจริงก็ควรเปิดโอกาสให้เขานำปฏิบัติเพื่อหวังพบอีกด้านหนึ่ง ฉันนึกถึงคนที่ไปนั่งสมาธิอยู่ในที่สงบหากหวังการเรียนรู้ให้พบกับหลักธรรม ก็ควรกล้าที่จะนั่งอยู่ท่ามกลางเสียงอึกกระทึกครึกโครมด้วยความอดทนเข้มแข็งเช่นนี้เป็นต้น

แม้แต่มีบางคนมาหาฉันแล้วบอกว่า ไปนั่งกำหนดลมหายใจอยู่ในวัดเพื่อหวังการเรียนรู้ธรรมะ แท้จริงแล้วธรรมะอยู่ในใจตนเอง ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนถ้าคิดว่าตัวเองมีลมหายใจก็ย่อมกำหนดสมาธิได้ทุกแห่ง บางคนพบความทุกข์แล้วก็รู้สึกเสียอกเสียใจ ทั้งนี้ต้องพ้นความทุกข์ไปให้ได้เพื่อจะได้พบความสุขได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังเช่นเหตุการณ์น้ำท่วมเท่าที่ผ่านพ้นมาแล้วในอดีต ถ้าเป็นคนที่กล้าหาญที่จะยืนอยู่ท่ามกลางผลกระทบของกระแสน้ำได้อย่างไม่หวั่นไหว นั่นแหละคือคนที่พบความสุขได้แล้ว

บางคนเมื่อถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำผิด แต่อีกฝ่ายหนึ่งปราศจากการให้อภัยแก่กันและกัน นี่คือคนที่มีจิตใจอ่อนแอเพราะไม่สามารถเอาชนะกิเลสที่มันอยู่ในใจตัวเองได้สำเร็จ ซึ่งคนลักษณะนี้ถ้าหวังบุญกุศลก็คงเป็นไปได้ยากรู็ร็้รกาเพราะคนเหล่านี้ปิดโอกาสตัวเองที่จะเรียนรู้ความถูกต้อง มนุษย์ทุกคนย่อมมีความผิดพลาดเป็นธรรมดา หรือไม่ก็มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน หรือไม่ก็มีรากฐานจิตใจที่อิสระก็จะรู้ว่าตนไม่ได้ตั้งใจที่จะทำความผิด แต่อีกฝ่ายหนึ่งขาดการให้อภัยซึ่งกันและกัน ดังนั้นบุคคลเหล่านี้ถ้าจะหวังสร้างความสัมพันธ์ทางใจก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

ความจริงแล้ววิถีการเรียนรู้ของมนุษย์ย่อมมีสองด้าน ด้านการแสดงออกนั้นย่อมเป็นเพียงสิ่งสมมติ แต่ด้านที่อยู่ในใจนั้นย่อมเป็นความจริง ดังนั้นหากใครยังถือสาหาความกับสิ่งสมมติก็คงค้นหาความจริงจากใจตนเองได้ไม่ง่ายนัก คงมีแต่การกล่าวหาคนอื่นอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น

เมื่อกระแสการเรียนรู้มันไม่จบ ก็ย่อมต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปในอนาคตอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้นเช่นนี้เป็นต้น

ฉันขออนุญาตตั้งจิตอธิฐานให้โลกใบนี้ จงมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรมีกรรมแก่กันและกันเลย

10 มกราคม 2555

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *