ราชพฤกษ์ 2011
เธอที่รัก ขณะนี้ฉันขึ้นมาช่วยงานการเกษตรของประเทศอยู่ที่เชียงใหม่หลายวันมาแล้ว
ทั้งนี้เพราะเหตุการณ์คนไทยยกพวกฆ่ากันเองเมื่อเดือน เมษายนที่ผ่านมา แถมยังมีน้ำท่วมติดตามมาอีก
แค่นี้มันพอหรือยังที่จะปลุกคนไทยให้ตื่นขึ้นมาแก้ไขปัญหาแผ่นดินถิ่นเกิดของเราทุกคน
ความจริงการเกษตรนั้น ถ้าเรามีจิตใต้สำนึกที่หยั่งรู้ได้ว่าคือ เงื่อนไขที่สร้างความรักแผ่นดินให้แก่คนไทยทุกคน ก็ควรจะนำปัญหาที่มันแฝงอยู่ในจิตวิญญาณคนท้องถิ่นขึ้นมาพิจารณา
ฉันย้ำอยู่เสมอว่า “เมืองไทยไม่ใช่กรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นการกระจายความเจริญ โปรดอย่าเอามาตรการทางวัตถุมาเป็นเครื่องวัด แต่ขอให้เอาจิตใต้สำนึกของคนในท้องถิ่นขึ้นมาพูด ซึ่งเรื่องนี้เราจะต้องนึกถึงคุณธรรมและจริยธรรมอันหมายถึง การให้จิตใจแก่เพื่อนมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะเริ่มต้นจากกลุ่มบุคคลซึ่งอยู่ใกล้ตัวไปก่อน”
ประเด็นสำคัญดังได้กล่าวมาแล้วคงหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการศึกษา เพราะเท่าที่ประสบการณ์ชีวิตของฉันได้ผ่านพ้นมาร่วม 90 ปี มันบอกให้รู้ว่า คนส่วนใหญ่ที่ขึ้นไปมีอำนาจอยู่ด้านบนขาดจิตวิญญาณความรักความเมตตาต่อคนระดับล่าง รวมทั้งเยาวชนคนรุ่นหลัง ทั้งนี้เพราะมีรากฐานความคิดคับแคบ อีกทั้งขาดอิสรภาพในการคิดอ่านสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
ขณะนี้ภาพที่ฉันเห็นเฉพาะหน้าก็คือ “งานราชพฤกษ์ 2011”หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า “พืชสวนโลก” ถ้าใครมาดูคงจะรู้สึกแปลกใจและสงสัยว่า “มันเป็นพืชสวนโลกจริงหรือเปล่า?” เพราะทั้งนี้มันมีแต่กล้วยไม้ จะหาพืชผัก ไม้ผล รวมทั้งอื่นๆ คงมองไม่เห็น
ถ้าฉันจะถามว่า “คนที่ทำงานอยู่ในแวดวงพืชผลเหล่านั้นหายไปไหนกันหมด หรือว่ากำลังไปหลงติดร่างแหของการครอบงำโดยเทคโนโลยี จนกระทั่งคิดได้ไม่ถึง”
ฉันบอกมากี่หนแล้วว่า “ตัวเองไม่ได้ทำเรื่องกล้วยไม้ แต่ทำเรื่องการพัฒนาคุณธรรมของมนุษยชาติ”
ภาพสะท้อนที่เห็นได้จากงานราชพฤกษ์ 2011 นั้น มันทำให้ฉันเกิดคำถามขึ้นหลายอย่าง
ประการแรกก็คือ “ประเทศไทยจะอยู่รอดปลอดภัยไปได้นานแค่ไหน หรือว่าเราจะกินจะใช้กันแต่กล้วยไม้อย่างเดียว”
นี่เป็นการบ้านที่ขอมอบให้ทุกคนที่มีจิตวิญญาณความรักแผ่นดินถิ่นเกิดได้นำไปคิดกันเอาเอง
ถ้าเธอคิดว่า “ฉันทำเรื่องกล้วยไม้ ทำไมไม่สงสัยเลยหรือว่าขณะนี้ฉันมาจับงานการศึกษาทางเลือกเพราะเหตุใด”
ฉันขอพูดฝากไว้แค่นี้ก่อน บางคนอาจเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่ฉันขอบอกว่า “เรื่องเล็กคือเรื่องใหญ่” ไม่เช่นนั้นแล้วประเทศชาติคงไปไม่รอดอย่างแน่นอนไม่ว่าจะเร็วหรือช้า
คนที่ทำการเกษตรในสาขาอื่นๆ โดยเฉพาะชาวนาชาวไร่ ชีวิตพวกเขาเป็นคนส่วนใหญ่ ถ้าเราไม่พัฒนาเขาให้มีจิตใจอิสระ สามารถนำเอาทุกเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยมาคิดและให้ความสำคัญ อันจะมีผลช่วยการกระจายทุกสิ่งทุกอย่างออกไปสู่สภาพแวดล้อมที่ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวันของเพื่อนมนุษย์ การจัดการศึกษาคงต้องหันมาดูตัวเองให้หนักยิ่งขึ้นไปกว่าทุกวันนี้
อนึ่ง เมื่อพูดถึงการจัดการศึกษา โปรอย่าคิดว่า “โรงเรียน และมหาวิทยาลัยเป็นตัวตั้งอย่างสำคัญ” ขอให้เลิกคิดกันได้แล้วว่า “การศึกษาคือชีวิตของทุกคน” ดังนั้น โปรดปลดเอาภาวะยึดติดอยู่กับสิ่งก่อสร้างทางวัตถุออกไปจากใจตัวเอง เพื่อจะได้ช่วยให้รากฐานจิตใจมีอิสรภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น แล้วเธอจะได้เห็นภาพที่สวยสดงดงามของโลกใบนี้
12 ธันวาคม 2554