ประสบการณ์ชีวิต บำเพ็ญทุกข์กิริยา

บัดนี้อายุฉันกำลังจะใกล้ 90 ปีเข้าไปแล้ว  ฉันนึกถึงหลักธรรมซึ่งควรถือว่าคือ ทางสายกลางเพราะมองเห็นได้สองด้าน โดยมีด้านหนึ่งเป็นพื้นฐานของอีกด้านหนึ่ง

ฉันหวนกลับไปนึกถึงช่วงซึ่งตนยังมีอายุได้เพียง 6 ขวบ  ช่วงนั้นเพราะพ่อรักมากที่สุดจึงเอาลูกคนนี้ไปให้คนอื่นเขาเลี้ยงโดยมีเจตนาที่จะหล่อหลอมให้เป็นคนมีนิสัยพึ่งตนเองได้อย่างเข้มแข็ง

ช่วงแรก  ได้เอาไปฝากไว้ในโรงเรียนประจำซึ่งใช้นักเรียนปกครองกันเอง  ถัดจากนั้นมาช่วงที่สองได้นำไปฝากให้คุณครูของพ่อซึ่งมีนิสัยเลี้ยงเด็กให้ทำงานหนักเป็นผู้ปกครอง

ส่วนช่วงที่สาม  เพราะมีแม่เลี้ยงที่ขาดความรักขาดจริงใจคอยกดหัวอยู่ในทีจึงนับได้ว่าชีวิตได้ผ่านความยากลำบากมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

ครั้นมาเรียนเกษตรอยู่ที่แม่โจ้  ซึ่งช่วงนั้นต้องเผชิญกับความยากลำบากสารพัดอย่าง  แม้แต่เป็นไข้ป่ารวมทั้งอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองแบบเผด็จการคอร์รัปชั่น  ก็ยังไม่เท่าไหร่  สำหรับช่วงที่กล่าวถึงนี้  ตัวฉันเองเริ่มรู้สึกได้ชัดเจนยิ่งขึ้นแล้วว่า เพราะความทุกข์ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย  หากเป็นครูสอนให้ชีวิตพบความสุขลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ช่วงกลับไปนึกถึงช่วงปลายปี พ.ศ. 2484  ซึ่งขณะนั้นยังคงถือว่าวันที่ 1 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่  ปิดภาคปลายปีการศึกษาเมื่อต้นเดือนมีนาคม  ขณะนั้นญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกเพื่อเข้ายึดครองประเทศสยาม โดยใช้เป็นทางผ่านเข้าไปทำสงครามกับสิงคโปร์และพม่า

แม่โจ้ยังเป็นฐานการศึกษาเกษตรของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขน  ซึ่งชีวิตฉันสามารถแสดงผลการเรียนสูงพอที่จะมาศึกษาต่อในวิทยาลัยแห่งนี้  จึงมีโอกาสเข้ามาเรียนต่อในคณะเกษตรของวิทยาลัยฯ

ประจวบกันกับปี พ.ศ. 2486  วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับการสถาปนาขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัยและขณะนั้นยังมีแต่นิสิตชายฝ่ายเดียว

นอกจากนั้นพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการยกเว้นเข้าไปรับเกณฑ์ทหารยังไม่ได้ประกาศ  ดังนั้นนิสิตทุกคนที่มีอายุเข้าเกณฑ์จึงต้องเข้าไปรับการเกณฑ์ทหารตามกฎหมาย

ดังนั้น  ในขณะที่ตัวฉันเองกำลังเรียนขึ้นชั้นปีที่ 2 แล้ว  ถ้าถูกเกณฑ์ทหารก็จะต้องเสียการเรียนไปในอดีตทั้งหมดรวมเป็นเวลา 3 ปี เต็มๆ  อีกทั้งหลังจากนั้นจะกลับเข้ามาเริ่มต้นเรียนใหม่อายุมันก็พ้นไปแล้ว  ช่วงนี้ทำให้แม่ของฉันรู้สึกเป็นทุกข์หนัก

ชั้นแรก  แม่คิดที่จะนำเอาฉันไปรดน้ำมนต์ที่วัดกัลยา  ซึ่งอยู่ฝั่งธนบุรีเพราะมีคนเล่าว่าพระอาจารย์เส่งรดน้ำมนต์ให้คนหลุดจากเป็นทหารมาหลายคนแล้ว  ซึ่งตัวฉันเองก็ยอมไปแต่โดยดี  ถึงกระนั้นก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อทางไสยศาสตร์เท่าไหร่นัก จึงใช้วิธีทุกอย่างที่ใครมาแนะนำจนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งมีคนมาแนะนำให้อดข้าวอดน้ำรวมทั้งอดนอนเพื่อจะได้ทำให้น้ำหนักตัวลดลงและขนาดอกมันลดลง  จนกระทั่งพ้นเกณฑ์ที่จะถูกทหาร

ฉันจึงเลือกปฏิบัติตามวิธีนี้ด้วย  ในช่วงนั้นที่บริเวณสระน้ำด้านหน้าของประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยด้านถนนพหลโยธินซึ่งช่วงนั้นเป็นด้านหน้า  หอประชุมมหาวิทยาลัยก็ยังไม่มี  คงมีแต่สระน้ำอย่างเดียว

ฉันมีเพื่อนคู่หูอยู่คนหนึ่งคือ ระดม  เศรษฐีธรซึ่งเป็นนักไวโอลินที่เคยใช้ชีวิตอดทนทรมานอยู่ที่แม่โจ้ในช่วงฤดูแล้งด้วยกัน    บังเอิญเกิดปีเดียวกันด้วย  จึงเข้ากำหนดถูกเกณฑ์ทหารด้วยกันทั้งคู่

เย็นลงเราไปนั่งคุยกันอยู่ที่ริมสระน้ำตั้งแต่ยังไม่พลบค่ำ  เวลาค่ำคืนก็ยังยอมนอนไปจนกระทั่งสว่างคาตา  น้ำหยดเดียวก็ไม่ยอมนำมาใส่ปาก  แถมเวลากลางวันเราก็ยังคงรักษาสภาพอดข้าวอดน้ำและอดนอนมาตลอด  พอถึงวันที่ 3 คุณระดมก็พูดว่า  คุณระพีครับ  ผมไปก่อนล่ะ  ผมไม่สู้คุณจริงๆ  ส่วนฉันแม้จะรูปร่างผอมบางแต่ก็ยังสู้ต่อมาจากหนึ่งวันเปลี่ยนมาเป็นสัปดาห์  ในที่สุดก็เปลี่ยนมาเป็นหนึ่งเดือนเต็มๆ  โดยไม่มีข้าวสุกตกถึงท้องแม้แต่เม็ดเดียว  น้ำแม้แต่หยดเดียว  รวมทั้งการนอนพักผ่อนเข้ามากล้ำกรายได้เลย  ส่วนใจฉันยังคงมั่นคงมาตลอด

แม่ฉันได้เสียชีวิตไปแล้ว  ไม่เช่นนั้นถ้าใครไม่เชื่อ  ท่านคงเป็นประจักษ์พยานอย่างดี

สิ่งที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งหมดคือเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในบริเวณหน้าหอประชุม(ในปัจจุบัน)ตรงที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาปลูกต้นนนทรีรวม 9 ต้น  ไม่เพียงเท่านั้น  หลังจาก 1 เดือนถัดมาก็ถึงกำหนดไปรับการเกณฑ์ทหารที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย  เธอเชื่อไหมว่า  เช้าวันนั้นฉันลุกขึ้นมาจากริมบ่อน้ำภายในบริเวณมหาวิทยาลัยแล้วเดินไปตามถนนพหลโยธินเป็นระยะทาง 14 กิโลเมตรเพื่อไปรับการเกณฑ์ทหาร  นี่เรียกว่าทำกันอย่างสุดฝีมือเลยทีเดียว

ขณะนั้นมีญาติพี่น้องหลายคนรู้สึกเป็นห่วงเพราะเกรงว่าฉันจะฟุบไปเสียก่อน  แต่ก็ไม่ฟุบ  คงมีแต่ความมั่นคงแน่วแน่

ครั้นเดินไปถึงบริเวณที่รับเกณฑ์  ฉันก็ได้พบความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันมีสองด้าน  สำหรับด้านซึ่งเป็นจุดยืนของฉันไม่ต้องการเป็นทหารในขณะนั้น  เพราะจะทำให้เสียอนาคตของชีวิต

แต่ฉันกลับเห็นชายอีกคนหนึ่งเขายืนถอดเสื้อแล้วใช้เสื้อพาดไหล่เอาไว้เสมือนต้องการจะบังอะไรสักอย่างหนึ่ง  ในที่สุดจึงรู้ว่าชายคนนี้อยากเป็นทหาร  เพราะถ้าเป็นทหารเขาจะมีที่กินอยู่หลับนอนครบถ้วน  มิฉะนั้นแล้วชีวิตเขาจะเป็นคนอดๆ อยากๆ สำหรับเสื้อที่พาดหัวไหล่เอาไว้ก็เพราะต้องการปิดบังแผลเรื้อรังซึ่งมีอยู่ด้านหลัง    ในที่สุดนายสิบทหารที่เป็นคนวัดหน้าอกก็ดี  ตรวจร่างกายก็ดีก็ยังเหลืบไปเห็นจึงผลักหน้าอกออกมา  ทำให้เขายืนเป็นทุกข์  ส่วนตัวฉันเองชั่งน้ำหนักมันก็ไม่เข้าเกณฑ์เพราะอดข้าวอดน้ำ  แถมยังอดนอนมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน  นอกจากนั้นยังเดินมาเกณฑ์ทหารอีก 14 กิโลเมตร  เป็นอันว่าหลุดพ้นโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น  ปรากฏว่าแม่ฉันดีอกดีใจมาก

อย่างไรก็ตาม  ทั้งแม่และญาติพี่น้องต่างก็รู้สึกเป็นห่วงเพราะเกรงว่าอดอาหารมานานขืนปล่อยให้กินเข้าไป  ประเดี๋ยวท้องมันก็จะพังจนกระทั่งกลายเป็นโรคลำไส้  นี่ตัวฉันเองกลับเป็นคนมีนิสัยรู้สึกยับยั้งช่างใจ  หาใช่ปล่อยให้ความหิวมันเป็นนายเราไม่  เป็นอันว่าชีวิตปลอดภัยมาทุกอย่างจึงนำมาเล่าสู่กันฟัง  เพราะมีคนรับฟังแล้วพูดว่า  นี่คือการทรมานตัวเองที่ได้ผลทั้งสองด้านคือด้านหนึ่งหลุดจากการถูกเกณฑ์ทหาร  ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้นช่วยให้บรรลุถึงความสุขลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

1  มกราคม  2554

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *