คอรัปชั่น!

ขณะนี้ฉันมีอายุย่างเข้า 90ปีแล้ว เมื่อก่อนคนไทยในอดีตอยู่อย่างเห็นอกเห็นใจกัน

ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2472 เมื่อฉันมีอายุได้ 7ขวบ แม้แต่ขณะอยู่ในกรุงเทพฯ คนข้างบ้านทำกับข้าวอะไรก็ยังตักใส่ถ้วยไปให้เพื่อนบ้านด้วยน้ำใจอันประเสริฐ ส่วนข้างบ้านที่ได้รับอาหารมาแล้วก็จัดการล้างถ้วยล้างชามให้สะอาดแล้วนำอาหารของตัวใส่กลับคืนมา

ในช่วงนั้นบ้านไหนแกงอะไรเราจึงรู้กันหมด แสดงว่าการส่งข้อมูลใช้อาหารเป็นเครื่องมือ

ครั้นเมื่อถึงปี พ.ศ.2490ฉันสมัครใจที่จะมาทำงานอยู่แม่โจ้เพราะเห็นใจคนที่ด้อยโอกาสกว่าตน ฉันก็ใช้วิธีแบบเดียวกัน เพราะได้สัมผัสความจริงมาแล้วในอดีตและฉันไม่ใช่คนลืมง่าย

มาถึงขณะนี้ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนหูฉันก็มักจะได้ยินเสียงคนบ่นกันเรื่อง “ปัญหาคอรัปชั่น” แทบจะทั่วไปหมด แม้แต่การ“คอรัปชั่นกาลเวลาในการทำงาน”

“คอรัปชั่น” ถ้าเธอไม่อยู่อย่างประมาทก็คงจะเคยได้ยินมาแล้วว่า คอรัปชั่น มันเคยทำให้เวียดนามล่มสลายทั้งประเทศ กว่าจะได้ประเทศคืนมาใหม่ก็ต้องเสียเลือดเนื้อไปมาก

คอรัปชั่นเกิดจากคนท้องถิ่นที่ไม่รู้จักคำว่า “พอเพียง” แม้เห็นสิ่งซึ่งไม่ใช่ของตนก็คิดอยากได้ไปเสียหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ขึ้นไปมีอำนาจอยู่ในระดับสูงมักใช้โอกาสประกอบพฤติกรรมคอรัปชั่นได้ไม่ยากอีกทั้งยังมีโอกาสทำได้มากกว่า ถ้าคนระดับล่างไม่สนใจที่จะควบคุม

คอรัปชั่นจึงทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนแทบจะทุกหย่อมหญ้า แม้กระทั่งคนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้านล่างอีกทั้งยังด้อยโอกาส ก็ยังรู้สึกเกลียดขี้หน้าคนที่ขึ้นไปอยู่ด้านบน

แต่เพราะอำนาจที่อยู่เหนือกว่าจึงไม่กล้าพูดหรือแสดงออกแต่อย่างใด

สิ่งเหล่านี้มันกำลังทำลายสังคมไทยหนักมากยิ่งขึ้นถ้าขาดการปรับเปลี่ยนทิศทางของการใช้อำนาจไปสู่อีกด้านหนึ่ง

ในหนังสือที่ชื่อ “ปรัชญากับการดำเนินชีวิต” ซึ่งฉันได้เรียบเรียงขึ้นและทีวีบูรพากำลังจัดพิมพ์ มีบทความอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งชื่อว่า “ปัญหาการเมืองไทยควรคิดแก้ไขด้านใดก่อน” ซึ่งบทความเรื่องนี้สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับคอรัปชั่นที่มันแฝงอยู่ในนั้นด้วย

ความจริงแล้วเมื่อปี พ.ศ.2475ได้มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งตั้งชื่อตัวเองว่า “คณะราษฎร” ได้เข้าไปยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเข้าใจว่า “ประชาธิปไตยคืออิสรภาพ” ซึ่งคนเหล่านี้มองเห็นคำว่า “อิสรภาพได้แต่เพียงด้านนอก” ซึ่งไม่ใช่รากฐานที่แท้จริง หลังจากนั้นมาเหตุการณ์บ้านเมืองมันก็เริ่มระส่ำระสาย โดยเฉพาะปัญหาคนไทยยกพวกฆ่ากันเองเป็นช่วงๆ หนักมากยิ่งขึ้น

ฉันคิดว่า ถ้าปล่อยปัญหาการคอรัปชั่นมันเป็นแบบนี้ อีกไม่ช้าไม่นานอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงยิ่งกว่าเก่า และประเทศชาติก็คงถึงจุดล่มสลายในที่สุด

เราบ่นกันว่า คนไทยเดี๋ยวนี้เอาแต่แบมือขอจากคนอื่น แม้แต่ในสังคมไทย เมื่อเกิดปัญหามักมีแนวโน้มแบมือขอจากอำนาจรัฐ

แต่หลักธรรมท่านได้สอนไว้ว่า “ให้ทุกคนที่เกิดมารู้จักพึ่งพาตนเอง รวมทั้งมีความภูมิใจในสิ่งซึ่งตนหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง โดยไม่คิดรบกวนผู้อื่นให้รู้สึกเดือดร้อน”

เหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้มันรุนแรงยิ่งขึ้นเป็นลำดับ เว้นไว้แต่ว่ามันแฝงมาภายใต้ระดับพื้นดิน ทำให้คนที่ขาดปัญญามองไม่เห็น

            วันหนึ่งข้างหน้าเราจะเดือดร้อนหนักยิ่งขึ้นกว่าที่แล้วมา

ฉันไม่ใช่หมอดู แต่มองด้วยเหตุและผลซึ่งประสบการณ์ชีวิตได้สอนให้ตนหยั่งรู้ความจริงมาในอดีตอย่างเป็นธรรมชาติ

ฉันขออนุญาตกราบเท้าเตือนเธอทุกคนด้วยความเคารพรัก และเป็นห่วงอนาคตของเธอทั้งหลาย

            มันถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะคิดพึ่งพาตนเองบนพื้นฐานความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งประเด็นนี้ทุกคนพิสูจน์ตัวเองได้จากการนำปฏิบัติ เมื่อพิสูจน์ตัวเองได้ก็ย่อมทำให้คนอื่นเขาพิสูจน์ตัวเราได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้นอย่าคิดพึ่งพาใครเลย แต่ขอให้คิดพึ่งพาตนเองเข้าไว้ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ทุกคน อีกทั้งยังมีแนวโน้มช่วยให้สังคมดียิ่งขึ้นกว่าเก่าได้ในที่สุด

 

12 ธันวาคม 2554

แม่โจ้  จังหวัดเชียงใหม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *