พิธีเปิดงานราชพฤกษ์ 2011 กระจกเงาบานใหญ่
เธอเพื่อนรัก เมื่อคืนนี้มีคนถามฉันว่า “การทำงานครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของใคร?” คำถามประโยคนี้แม้จะเป็นข้อความสั้นๆ แต่มีความหมายใหญ่ยิ่ง
ถ้าเธอมีประสบการณ์จากการทำงานเรื่องนี้มานานพอสมควร เธอคงหาคำตอบได้เอง โดยเฉพาะคนที่เกิดบนแผ่นดินไทยและมีวิญญาณศิลปะอยู่ในหัวใจตนเอง
ความจริงแล้ว หลายคนคงรู้ว่า “งานนี้มันใหญ่แต่ชื่อ” แต่ถ้ามองที่รากฐานความเป็นมนุษย์ มันเหมือนกับสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งหางมันกุด เพราะการเตรียมงานเพิ่งมาคิดลงมือทำกันเมื่อไม่นานมานี้
อนึ่ง นิสัยคนไทยส่วนใหญ่ มักชอบคุยโวว่า ทำงานระดับโลก แต่แท้จริงแล้วมันยิ่งกว่าการทำงานภายในบ้านตัวเองซึ่งมีเนื้อที่กว้างศอกยาววา
เมื่อเช้า วันที่ 14ธันวาคม 2554ซึ่งมีพิธีเปิดงานใหญ่โต มีการชักธงชาติต่างๆขึ้นยอดเสาเป็นทิวแถว แต่ถ้ามองที่ธงของแต่ละชาติ แล้วเหลียวมามองที่คนอาจเห็นได้ว่า มีคนชาตินั้นๆ เพียงไม่กี่คนนั่งอยู่ตรงนั้น การที่ฉันสังเกตตรงนี้ก็เพราะรู้แล้วว่า การเตรียมงานเพียงปีเดียวแล้วคุยว่า “ระดับโลก” นั้น มันมีผลปรากฏออกมาเป็นยังไง
ยิ่งไปกว่านั้น หากมองที่ภาพรวมของคนซึ่งมาชุมนุมอยู่ที่นั่น เมื่อเช้าวันนั้น เราจะเห็นแต่หน้าคนไทยแทบทั้งหมด
ยิ่งเหลียวลงมาดู ประชาชนคนทั่วไปด้วยแล้ว เรามองแทบไม่เห็นหน้าเกษตรกรที่เป็นชาวนา ชาวไร่แม้แต่น้อย นี่แหละ ที่เขาเรียกว่าการทำงานแบบคุยโว
ความจริงแล้ว หลักธรรมท่านไม่ได้สอนให้เราคิดและทำแบบนี้ แต่ท่านสอนให้เราใช้จิตวิญญาณตัวเองทำอย่างดีที่สุด ส่วนมันจะถึงระดับโลกหรือไม่โลกย่อมเป็นคนละเรื่อง
อนึ่ง งานแบบนี้ที่ฉันมีประสบการณ์พบมาแล้วกว่า 10ครั้งนั้น เขาเตรียมงานล่วงหน้ากันไม่ต่ำกว่า 7-8ปี อีกทั้งยังมีการให้เกียรติคนอื่นเหนือกว่าตัวเอง เพราะมีรากฐานจิตใจที่อิสระ ช่วยให้เปิดกว้างและสามารถสานเหตุกับผลถึงองค์กรต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ไม่ใช่ทำกันอยู่เพียงแคบๆ
หวนกลับไปนึกถึงงานนี้ที่จัดขึ้นบนเกาะรียูเนียนไอแลนด์ เมื่อปี ค.ศ.2000 ซึ่งต้องบินจากเมืองไทยข้ามทวีปแอฟริกาไปลงบนเกาะในมหาสมุทรอินเดีย
การไปครั้งนั้น ตัวฉันเองมีโอกาสสัมผัสกับผลงานขององค์กรต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ฉันได้พบความจริงว่า มีส่วนหนึ่งที่เขาให้ชาวบ้านในท้องถิ่นซึ่งชีวิตยังตกทุกข์ได้ยากมาแสดงถึงความจริงของชีวิตตัวเองอย่างหลากหลาย แต่งานนี้เราจะหากระต๊อบเล็กๆ จากภาคเหนือ ภาคอีสาน รวมทั้งภาคใต้ ฉันกล้าพูดว่าเราไม่มีโอกาสเห็นแม้แต่น้อย
เช่นนี้แล้วงานนี้มันจะมีผลตอบสนองงานท้องถิ่นที่ด้อยโอกาสเพื่อการพัฒนาให้ดีกว่าเก่ายังไงกัน
ฉันบอกแล้วว่า แม้แต่ในกรอบการเกษตรเราก็เห็นจุดเด่นอยู่แต่เพียงที่กล้วยไม้อย่างเดียวส่วนพืชผลอื่นๆ กลับถูกหลบซ่อนเข้าไปอยู่ในมุมอับ หากเราไม่มองแต่เพียงพืชผล แต่มองที่คนซึ่งเป็นชาวนาชาวไร่ ฉันขออนุญาตถามว่า “เราเห็นอะไร ที่นำไปสู่การสร้างสรรค์บ้าง”
เธอรู้ไหมว่า งาน AIPHซึ่งคนไทยนิยมเรียกกันว่า “งานพืชสวนโลก” ครั้งนี้ ความจริงแล้วสมาคม AIPHซึ่งคนไทยมักเรียกกันว่า สมาคมพืชสวนโลกนั้นใครเป็นคนตั้ง และตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์อันใด ความจริงแล้วเรื่องนี้ เพราะกลุ่มประเทศในภูมิภาคยุโรปตะวันตกได้ไปล่าดินแดนในที่อื่นๆ ดังเช่น แอฟริกาใต้ หลังจากนั้นจึงคิดว่า ควรจะทำงานนี้ขึ้นมา เพื่อหาอาชีพให้คนของเขา มิเช่นนั้นแล้วคนเหล่านี้อาจแข็งข้อลุกขึ้นมาประกาศตัวต่อต้านการถือครองแผ่นดินก็เป็นได้
เช้าวันที่เปิดงานฉันนั่งเฝ้าดูอยู่ด้านหลังแลเห็นคนที่มานั่งอยู่ข้างหน้าหลายคน แสดงอาการเหมือนกำลังเสพยาเสพติด ยาขนานนี้มันร้ายยิ่งกว่าฝิ่น เพราะใครเสพเข้าไปแล้วรักษาได้ยาก นั่นก็คืออำนาจและความสบายรวมทั้งเรื่องเงินเรื่องทองที่รับจากการใช้คนอื่นซึ่งอยู่ต่ำกว่าตน เป็นทาสรับใช้
ฉันต้องกราบขออภัยทุกคนหากเขียนรุนแรงเกินไปความจริงมันไม่ใช่ความรุนแรง แต่เป็นการเขียนแบบตรงไปตรงมา ถ้าใครรู้สึกไม่ดีฉันต้องกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะไม่ได้มีเป้าหมายมุ่งที่ตัวบุคคล หากมองที่เงื่อนไขภายในจิตวิญญาณของคนซึ่งมีผลต่อสังคมว่ามันควรจะดีกว่านี้ เพราะความทุกข์ความสุขซึ่งรับจากผลกระทบมันไม่ใช่ถึงแต่เพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหากถึงทุกคนซึ่งอยู่บนแผ่นดินผืนนี้
ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้อยู่บนฐานของคนที่ อยู่สูง อยู่ต่ำ เพราะถ้าร่างกายอยู่สูงแค่ไหน หากลดใจลงมาอยู่ต่ำและทำงานร่วมกับคนระดับล่างได้อย่างมีความสุข ย่อมเป็นที่พึงปรารถนาของสังคม เพราะจะทำให้โลกใบนี้มีการอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขเท่านั้นเป็นพอแล้ว
14 ธันวาคม 2554
แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่